--> กลับสู่หน้าหลักของ อิสลามอินไซด์-ชุมชน blog มุสลิม <--

ฮาลาล on the blog

About Me

เรื่องราวเกี่ยวกับอาหารฮาลาล โดยพี่น้องมุสลิม สำหรับพี่น้องมุสลิม เพื่ออัลลอฮฺ
Home | Profile | Archives | Friends

แนะนำเว็บไซต์ฮิมายะฮฺ - 8:25 AM, 12/2/2008

Halal on the blog:-แนะนำเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของชมรมฮิมายะฮฺ

http://www.himayah.net

ขอเชิญพี่น้องแวะเยี่ยมชมและสมัครสมาชิกเพื่อ...
  • รับทราบข่าวสาร กิจกรรม และความเคลื่อนไหวในแวดวงฮาลาล
  • เปิดบล็อกส่วนตัวเพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับฮาลาลในแบบของคุณ
  • แลกเปลี่ยนและนำเสนอประเด็นปัญหาต่างๆ ผ่านกระดานสนทนา
  • ติดตามรับฟังรายการสด ค้นเนื้อหาย้อนหลัง และอ่านบทความที่นำเสนอโดยชมรมคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิม
  • และมีส่วนร่วมในกิจกรรมอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคต อินชาอัลลอฮฺ

ฝากพี่น้องประชาสัมพันธ์ต่อด้วยครับ ยะซากุมุลลอฮุคอยรอน

ขอเชิญเข้าอบรมฮาลาลฟรี!!! - 4:29 PM, 11/4/2008

Halal on the blog:-

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 

"การพัฒนาผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานฮาลาล"

จัดโดย

 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล และคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ร่วมกับ

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารฮาลาล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์     

                         สำนักบริการพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2551

 เวลา 08:30 – 17.00 น. ณ ห้องประชุมทองจันทร์

   คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์           

            ใบสมัคร          กำหนดการ       และแผนที่       คลิกดูได้ที่นี่ค่ะ



 http://www.halalscience.org/th/main/content.php?page=&category=6&id=446

เตือนบรรดาร้านเบเกอร์รี่มุสลิมทั้งหลายที่ใช้ เชอร์รี่แบบนี้ - 10:20 PM, 10/27/2008

เตือนบรรดาร้านเบเกอร์รี่มุสลิมทั้งหลายที่ใช้ เชอร์รี่แบบนี้





ลูกเชอร์รี่ดำที่มักใช้ตกแต่งใน เค้ก แบล็ก ฟอเรสต์ โดยมากก็แช่ในเหล้า  Kirsch







ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ พี่น้องอาจไม่ทราบว่ามันหะรอม เช่น ลูกเชอรี่ที่ใช้ตกแต่งหน้าเค้ก
ถ้ามีคำว่า maraschino นั้นก็คือเหล้า



Maraschino = เหล้าแมรัซคี -โน
Kirsch = บรั่นดีประเภทหนึ่ง

อะมานะฮฺล้วนๆ
ยิ่งส่วนประกอบผลิตภัณฑ์นำเข้าส่วนมาก...เป็นภาษาอังกฤษ
เมื่อทำแล้วต้องศึกษา ตรวจสอบให้รอบครอบ

ญาซากัลลอฮุครอยรอน ข้อมูลจาก ทีมงานเว็บอันนิสาอฺ

มีอะไรในเครื่องหมายฮาลาล - 12:03 PM, 9/6/2008

Halal on the blog:-

เครื่องหมายฮาลาลที่ถูกต้องตามระบบการรับรองของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลักดังรูป


  1. คำว่า “ฮาลาล” ภาษาอาหรับ ในสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ซึ่งมีพื้นหลังเป็นแถบเส้นตรงแนวดิ่ง
  2. ชื่อองค์กรรับรอง - "สนง. คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย" หรือ "The Central Islamic Committee of Thailand" หรือ เป็นภาษาอาหรับ (เป็นได้ทั้ง 3 ภาษา) ถ้าเป็น “สำนักจุฬาราชมนตรี” แสดงว่าเป็นเครื่องหมายฮาลาลที่ไม่ผ่านการตรวจรับรอง เนื่องจากทางสำนักจุฬาราชมนตรีได้มอบหน้าที่การตรวจรับรองฮาลาลแก่คณะกรรมการกลางอิสลามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 แล้ว
  3. หมายเลขผลิตภัณฑ์ 12 หลัก ที่ได้จากการรับรองฮาลาล ถ้าเป็นตัวเลขในระบบเก่า (ซึ่งผ่านการตรวจรับรองเช่นเดียวกัน) จะใช้ลำดับที่ของบริษัท ตามด้วยปีที่เริ่มขอรับรอง  "ที่ ฮ.ล. 025/2547" ในส่วนของเลข 12 หลักนั้น มีความหมายดังนี้ (ดูรูปประกอบ)
  • เลข 2 ตัวแรก คือ หมวดผลิตภัณฑ์ ตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลการรับรองฮาลาลของคณะกรรมการกลางฯ จากรูปตัวอย่าง เลข 74 หมายถึง ผลิตภัณฑ์เกลือ พริกไทย แป้งทำอาหาร น้ำตาล
  • เลขตัวที่ 3-5 คือ ลำดับที่ของบริษัทในทะเบียนการขอรับรอง จากรูป เป็นบริษัทลำดับที่ 69
  • เลขตัวที่ 6-8 คือ ลำดับที่ของผลิตภัณฑ์ในรายการที่ทางบริษัทยื่นขอรับรองฮาลาล จากรูป เป็นผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทนี้
  • เลข 4 ตัวสุดท้าย คือ เดือนและปีที่เริ่มขอรับรอง จากรูป 09 41 หมายถึงบริษัทนี้เริ่มขอรับรองผลิตภัณฑ์นี้ตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2541 ซึ่งการที่เราจะทราบว่าเครื่องหมายฮาลาลนี้หมดอายุหรือไม่มีนั้น มีเพียงวิธีการเดียวคือ สอบถามโดยตรงจากฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางฯ
ส่วนเรื่องสีของเครื่องหมายฮาลาล ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ไม่มีผลใดๆ  (สีเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ ขึ้นกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหารนั้นๆ) เช่น อาจเป็นสีขาว, เขียว หรือแดง แต่ถ้าเงื่อนไขครบสามข้อข้างต้น ถือว่าถูกต้อง

ตรวจเจอ DNA หมู ผลิตภัณฑ์เต้าหู้ปลาชื่อดัง - 12:00 PM, 8/18/2008

Halal on the blog:-


ตรวจเจอ DNA หมู ผลิตภัณฑ์เต้าหู้ปลาชื่อดัง

ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจพบการปนเปื้อน DNA สุกรในผลิตภัณฑ์เต้าหู้ปลาชื่อดัง จากจังหวัดทางภาคใต้ ซึ่งได้ทำการตรวจสอบทั้งหมด 3 ครั้ง ให้ ผลยืนยันว่าเป็น DNA ของสุกรจริง
ซึ่งรายงานความคืบหน้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.halalscience.org
------------------- ข้อมูลทั่วไป -----
"ห้องปฏิบัติการกลางและศูนย์กลางข้อมูลวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาอาหารฮาลาล" หรือ The Central Laboratory and Scientific Information Center for Halal Food Development (Halal-CELSIC) ขึ้นที่คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้เป็นแม่ข่าย "ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล" ของประเทศในการจัดตั้งโครงข่ายห้องปฏิบัติการเชื่อมโยงภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยในขณะนี้มีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมโครงข่ายแล้วกว่า 10 แห่ง เนื่องจากภารกิจของ Halal-CELSIC ได้ขยายออกไปครอบคลุมหลายหลายสาขาวิชา โดยได้รับความร่วมมือจากคณะ สถาบันต่างๆในมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรให้ก่อตั้ง "ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล" (The Halal Science Center-เรียกย่อว่า HSC) ขึ้นเป็นแห่งแรก ภายใต้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจึงดำเนินภารกิจต่อเนื่องจาก Halal-CELSIC ทั้งหมด

วิธีสังเกตเครื่องหมายฮาลาล - 5:59 PM, 7/26/2008

Halal on the blog:-

ระวัง! หากอาหารที่คุณเลือกซื้อ มีเครื่องหมายรับรองฮาลาลของไทยที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ไม่มีเลขทะเบียน
  • ไม่มีชื่อองค์กรรับรอง
  • มีชื่อองค์กรรับรอง แต่ไม่ใช่ "สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย" ซึ่งอาจระบุว่าเป็น "สำนักจุฬาราชมนตรี" หรืออื่นๆ โดยการระบุว่าเป็นองค์กรอื่นจากคณะกรรมการกลางนั้น หมายความว่า อาหาร ไม่ได้ถูกตรวจสอบตามขั้นตอนการรับรองฮาลาล 
     

องค์ประกอบของเครื่องหมายฮาลาลในประเทศไทยที่ถูกต้อง (ดูภาพประกอบ)

  1. คำว่า ฮาลาล ในสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน 
  2. ชื่อองค์กรรับรอง "สนง. คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย" หรือ "The Central Islamic Committee of Thailand" หรือ เป็นภาษาอาหรับ (เป็นได้ทั้ง 3 ภาษา)
  3. หมายเลขผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากการรับรองฮาลาล 12 หลัก หรือเป็นเลขสามหลัก ตามด้วยปี พ.ศ. เช่น  "ที่ ฮ.ล. 025/2547"
  4. สีของเครื่องหมาย ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ไม่มีผลใดๆ  (สีเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ ขึ้นกับการออกแบบบรจุภัณฑ์อาหารนั้นๆ) เช่น อาจเป็นสีขาว, เขียว หรือแดง แต่ถ้าเงื่อนไขครบสามข้อข้างต้น ถือว่าใช่

-----------------------------------------------------------------------

 * หากพี่น้องท่านได้มีข้อมูลเพิ่มเติม กรุณานำเสนอด้วยครับ

คำชี้แจงเรื่องไก่เชียงมุสลิมปนเปื้อน - 7:22 PM, 1/3/2008

 ตามที่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2550 มีข่าวเผยแพร่ทางเว็บไซด์ www.muslimthai.com และ www.halalthailand.com ตลอดจนรายงานข่าวและการสัมภาษณ์ทางรายการวิทยุมุสลิมหลายสถานีเรื่อง “ไก่เชียงฮาลาลปนเปื้อน” ที่มีวางจำหน่ายทั่วไปในตลาดมุสลิม โดยข่าวเหล่านั้นได้ระบุตรงกันว่าเป็นรายงานที่ออกมาจากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง www.muslimthai.com ได้ระบุที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของศูนย์ฯไว้ด้วย

เมื่อมีข่าวเรื่องนี้ปรากฏออกมาได้มีสื่อและประชาชนผู้สนใจจำนวนมากโทรศัพท์ไต่ถามมายังศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล นอกจากนี้ทางเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์ได้ติดต่อมายังศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลทั้งได้เดินทางมาด้วยตนเองเพื่อขอความกระจ่าง กระทั่งทำให้มีการนัดหมายพบปะหารือกันระหว่าง รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์และสื่อมวลชนแขนงต่างๆในแวดวงมุสลิม ได้แก่ สื่อเว็บไซด์ www.muslimthai.com และ www.halalthailand.com วารสารสันติชน นิตยสารนิสา รายการวิทยุศรัทธาชน หนังสือพิมพ์มุสลิมสองสามฉบับ อิหม่ามมานิต ทองแสง กรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และผู้สนใจอีกจำนวนหนึ่ง เมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2551 เวลา 17.00 น.

รศ.ดร.วินัย กล่าวในนามของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลว่าเหตุผลที่ทำให้เกิดการประชุมในครั้งนี้ขึ้นเป็นผลมาจากการที่มีข่าวเรื่องไก่เชียงมุสลิมปนเปื้อนเผยแพร่ออกไปและได้รับความสนใจอย่างมากโดยที่ทางศูนย์แม้มิได้เป็นผู้นำเสนอข่าวนี้แต่ไม่สามารถละทิ้งความรับผิดชอบได้  อีกทั้งเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์ในฐานะผู้เสียหายได้ขอปรึกษาหารือกับทางศูนย์ร่วมกับทางสื่อที่เกี่ยวข้อง ศูนย์เห็นว่าควรให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้บริโภคมุสลิมจึงได้จัดการประชุมครั้งนี้ขึ้น

รศ.ดร.วินัย แจ้งต่อไปว่าทางศูนย์ได้รับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไก่เชียงไลลาห์มาจากทางผู้บริโภคผ่านทางศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล (BIHAPS) เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2550 นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์ฯเริ่มทำการตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2550 พบว่าตัวอย่างดังกล่าวมีการปนเปื้อนเนื้อและไขมันสุกร จึงได้ตรวจสอบในเชิงลึกซ้ำอีกหลายครั้งในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม ตุลาคม และมกราคม 2552 โดยเก็บตัวอย่างไก่เชียงและเนื้อเชียงไลลาห์จากห้างจัสโก้ ร้านค้าทั่วไป และร้านก๋วยเตี๋ยวในเขตกรุงเทพมหานคร ตรวจวิเคราะห์พร้อมไก่เชียงและเนื้อเชียงยี่ห้ออื่นๆ

ผลการตรวจวิเคราะห์ซ้ำพบว่าตัวอย่างไก่เชียงและเนื้อเชียงไลลาห์มีการปนเปื้อนสุกรทุกตัวอย่าง การปนเปื้อนเป็นไปอย่างชัดเจน ทั้งนี้โดยการตรวจวิเคราะห์ดีเอ็นเอด้วยเทคนิค PCR และยืนยันซ้ำด้วยเทคนิค Real-Time PCR ซึ่งทางศูนย์ได้นำเสนอผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด

รศ.ดร.วินัย ขอให้ทางผู้ประกอบการและทุกฝ่ายปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยกล่าวยืนยันว่าทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลมีเพียงเจตนาเดียวคือการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิม และดำเนินการทุกอย่างในเชิงวิชาการซึ่งต้องเป็นไปอย่างรอบคอบเนื่องจากการดำเนินงานอาจก่อผลกระทบต่อบางธุรกิจได้ อีกประการหนึ่งศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลเป็นหน่วยงานราชการภายใต้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องการนำเสนอข้อมูล เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล มิได้รายงานเรื่องนี้ต่อสาธารณชนมาตั้งแต่ต้น แต่ประสงค์ที่จะให้ข่าวนี้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ในลักษณะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคมุสลิมเป็นหลัก

การปรึกษาหารือเป็นไปด้วยบรรยากาศอันดี โดยเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์ได้ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง ทั้งแสดงความใจกว้างที่จะให้สื่อมวลชนได้ร่วมรับฟังโดยในจำนวนนี้มีสื่อมวลชนส่วนหนึ่งที่ทางเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์เป็นผู้นำมาเอง ท้ายที่สุดทั้งหมดได้ข้อสรุปร่วมกันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ความผิดพลาดเกิดขึ้น ณ จุดกระจายสินค้าของทางไก่เชียงไลลาห์ซึ่งมีผู้รับผลิตภัณฑ์ไปวางตลาดจำนวนสูงถึงประมาณ 30-40 ราย คนเหล่านี้มีทั้งมุสลิมและมิใช่มุสลิม

ความหละหลวมของการบริหารจัดการส่งผลให้มีการนำผลิตภัณฑ์ไก่เชียงและเนื้อเชียงที่มิใช่ของมุสลิมใส่ซองผลิตภัณฑ์ไลลาห์ซึ่งทางเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์แจ้งว่าได้มอบถุงบรรจุภัณฑ์เปล่าที่ติดเครื่องหมายไก่เชียงและเนื้อเชียงไลลาห์แก่ผู้จัดจำหน่ายไปดำเนินการบรรจุผลิตภัณฑ์เองกระทั่งเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งจากการตรวจสอบทางสายตาเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ไก่เชียงและเนื้อเชียงไลลาห์ทั้งที่ทางเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์นำมาเอง และที่จำหน่ายอยู่ที่ร้านอัชมากับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่จัดหามาจากทางศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลและที่จัดส่งโดยผู้บริโภคพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แสดงว่าผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในท้องตลาดแม้จะเป็นยี่ห้อเดียวกันแต่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่ามาจากผู้ผลิตต่างรายกัน

 

เจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์แถลงยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่มีการสอดแทรกไก่เชียงและเนื้อเชียงจากผู้ผลิตรายอื่นในซองบรรจุของผลิตภัณฑ์จากไลลาห์ และจะดำเนินการเรียกเก็บสินค้าของผลิตภัณฑ์ไลลาห์ทั้งหมดคืนจากตลาดโดยเร่งด่วนภายในสองสัปดาห์และขอให้สื่อช่วยกันแจ้งข่าวถึงผู้บริโภคมุสลิม พร้อมทั้งแสดงความตั้งใจจริงที่จะปรับปรุงกระบวนการผลิต การบรรจุและผนึกผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการบริหารจัดการเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ปลอดการปนเปื้อน และจะขอให้คณะกรรมการอิสลามที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ทั้งนี้โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลได้มอบหมายให้อาจารย์มนูญ รามบุตร ผู้จัดการ BIHAPS เข้าไปช่วยให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ และคุณประวีณ ประพฤติชอบ นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอาหารเข้าไปให้คำปรึกษาด้านการผลิตและการบรรจุ เมื่อการแก้ไขปรับปรุงดำเนินการจนเสร็จสิ้นแล้ว และทางเจ้าของกิจการผลิตภัณฑ์ไลลาห์มีความพร้อมที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปลักษณ์ใหม่ในตลาด ทุกฝ่ายจะร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แห่งนี้

 

                                                               การประชุมเสร็จสิ้นเวลา 18.45 น. 


 

ที่มา : http://www.halalscience.org/highlight_detail.php?Id=313&Nlang=TH


ภัยลูกชิ้นสีส้มกระตุ้นเม็ดเลือดแดงแตก - 8:16 PM, 12/21/2007

ข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ลงวันที่ 10 มกราคม 2543 รายงานเกี่ยวกับผู้อำนวยการ โรงพยาบาลขอนแก่นพบว่ามีการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาลขอนแก่นปี 2542 ที่ผ่านมาพบว่ามีโรคเม็ดเลือดแดงแตกง่ายในเด็กถึง 90 ราย เพราะขาดเอ็นไซม์ G6PD ซึ่งสาเหตุพบว่าเกิดจากมีสิ่งกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้เกิดอาการ เช่น การติดเชื้อ รับยากลุ่มซัลฟา หรือรับสารเคมี เช่น สีย้อมผ้า เป็นต้น อาการนี้เกิดหลังจาก รับประทานลูกชิ้นสีส้มที่ขายในท้องตลาดทั่วไป ...(อ่านต่อ)

HalSys - โปรแกรมสำหรับมาตรฐานอาหารฮาลาล - 4:30 PM, 8/22/2007

ด้านล่างคือการนำเสนองานวิจัย HalSys ครับ

 

มารยาทในการรับประทานอาหาร - 7:57 PM, 8/10/2007

รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮา จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า "เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกท่านจะรับประทานอาหารให้เขากล่าวนามของอัลลอฮฺ และถ้าหากเขาลืมกล่าวนามของอัลลอฮฺในตอนเริ่มรับประทาน ให้เขากล่าวว่า بسم الله أوله وآخره  "ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ทั้งในตอนเริ่มและตอนท้ายของการรับประทาน" (รายงานโดยอบูดาวู้ดและติรมิซียฺ และว่าเป็นหะดีษหะซันศ่อฮี้ฮฺ)

 

เล่าจากญาบิร จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "แท้จริงชัยฏอนนั้นจะมาร่วมกับคนใดคนหนึ่งจากพวกท่านในกิจการทุกอย่างของเขา มันจะมาร่วมกับเขาแม้ขณะรับประทานอาหาร ดังนั้นเมื่อมีอาหารคำหนึ่งตกลง(สู่พื้น)จากใครคนใดคนหนึ่งของพวกท่าน ให้เขาปัดสิ่งที่จะเป็นภัยที่ติดอยู่ออกไป แล้วให้เขารับประทานมัน, และอย่าให้เขาปล่อยอาหารคำนั้นตกเป็นของชัยฏอน และเมื่อรับประทานอาหารเสร็จให้เขาเลียนิ้วมือของเขา เพราะเขาไม่รู้ว่าส่วนใดของอาหารที่จะมีความเพิ่มพูน" (เชคอัลบานียฺว่าศ่อฮี้ฮฺ)

 

จาก กะอบฺ อิบนิมาลิก ได้กล่าวว่า "ท่านนบีเคยรับประทานโดยใช้สามนิ้ว และท่านจะเลียมือก่อนที่จะเช็ดมัน  (คือส่วนใหญ่ท่านจะรับประทานโดยใช้สามนิ้ว และบางครั้งท่านรับประทานซะรีดโดยใช้นิ้วทั้งหมด)" (เชคอัลบานียฺว่าศ่อฮี้ฮฺ)

 

จากญาบิร จากท่านนบี ได้กล่าวว่า "เมื่อชายคนหนึ่งได้เข้าบ้าน เขาได้กล่าวถึงอัลลอฮฺขณะเข้าบ้านและขณะรับประทานอาหาร ชัยฏอนได้กล่าวว่า - ไม่มีที่พำนักในยามค่ำคืนสำหรับพวกเจ้าและไม่มีอาหารค่ำ, และเมื่อเขาเข้าบ้านโดยไม่ได้กล่าวถึงอัลลอฮฺ ชัยฏอนจะกล่าวว่า - พวกเจ้าได้ที่พำนักในยามค่ำคืนแล้ว, และเมื่อเขาไม่ได้กล่าวถึงอัลลอฮฺขณะรับประทานอาหาร ชัยฏอนได้กล่าวว่า - พวกท่านได้ที่พำนักและได้อาหารค่ำแล้ว" (รายงานโดยมุสลิม อบูดาวู้ด และนะซาอียฺ, เชคอัลบานียฺว่าศ่อฮี้ฮฺ)

 

ท่านอิบนุอุมัรได้กล่าวว่า ท่านนบีได้ห้ามรับประทานอาหารสองที่ (คือ) ห้ามนั่งสำรับอาหารที่มีการดื่มสุรา  และห้ามรับประทานในสภาพที่นอนคว่ำ  (เชคอัลบานียฺว่าหะซัน)

 

จากหนังสืออัตตาญุลญามิอฺ เล่ม 3, แปลโดย อ.อรุณ บุญชม; ตรวจสอบหะดีษ المكتبة الشاملة

 

วัตถุเจือปนอาหารที่ต้องระวัง - 7:09 AM, 8/8/2007

E621 - monosodium glutamate / MSG

ผงชูรส มีคุณสมบัติช่วยชูรสอาหารแต่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร โดยตัว MSG เองไม่มีรสชาด แต่มันสามารถไปกระตุ้นปุ่มปลายประสาทโคนลิ้นกับลำคอ ทำให้รู้สึกอร่อยขึ้นได้

- เป็นสารช่วยเพิ่มการรับรสในอาหารจีน และยังพบในอาหารกระป๋อง,อาหารแช่เยือกแข็ง, และขนมขบเคี้ยวกรอบๆ
- ในคนที่แพ้ จะมีอาการแสดงที่เรียกว่า Chinese Restaurant syndrome เช่น มีอาการชาที่ต้นคอและที่หลัง ปวดศีรษะ อ่อน
เพลีย อาเจียน เหงื่อออก หน้าแดง รู้สึกร้อนผ่าว น้ำตาไหล ปวดท้อง แต่จะหายได้ในเวลา 2 ชั่วโมง และไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ บางคนแพ้ชูรสได้มาก อาการที่แสดงออกมาจะมาก จะมีอาการตึงชาบริเวณใบหน้า หู วิงเวียน หัวใจเต้นเร็ว และอาจเป็นอัมพาตตามแขนขาชนิดชั่วคราวได้
- ผงชูรสปริมาณสูงจะทำลายเรติน่า ทำให้การมองเห็นลดลง
- กระตุ้นให้เกิดอาหารไมเกรน
- เมื่อใช้ร่วมกับวัตถุเจือปนอาหารตัวอื่น เช่น สีผสมอาหารสีฟ้า จะหยุดการเจริญของเซลล์ประสาทและรบกวนระบบการส่ง
สัญญาณของสมอง
- นอกจากนี้ การใช้ผงชูรสบ่อยๆ ต้องระวังในเรื่อง ผงชูรสปลอม ซึ่งอาจใส่สารอื่นๆนอกจาก MSG ที่มีประวัติการตรวจพบใน
ไทยได้แก่ บอแรกซ์และโซเดียมเมตาฟอสเฟต

บอแรกซ์มีพิษสะสมที่กรวยไต และเป็นอันตรายถึงตายถ้าบริโภคเกินกว่า 15 กรัมต่อครั้ง ส่วนโซเดียมเมตาฟอสเฟต ถ้าบริโภคเข้าไปแล้วจะเกิดอาการถ่ายท้องอย่างรุนแรง


E951 - aspartame

อัสปาเตม เป็นสารให้ความหวาน หวานกว่าน้ำตาล 180 เท่า พบในผลิตภัณฑ์ปราศจากน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม, เค้ก, ผลิตภัณฑ์นม

งานวิจัยเมื่อยี่สิบปีที่แล้วพบว่า
- ทำให้ประสาทถูกทำลายในเด็ก
- สามารถส่งผ่านจากแม่สู่ลูกในท้องและส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก
แต่ European Food Safety Authority (EFSA) ยืนยันเมื่อปีที่แล้วว่ามีความปลอดภัยที่จะใช้

E102 - tartrazine

ตาตร้าซีน เป็นสีสังเคราะห์ที่ใช้ในอาหารหลายชนิดให้สีเหลือง
- ทำให้เกิดอาการลมพิษ,คันผิวหนัง, หอบหืด ในคนที่แพ้
- มีความเกี่ยวข้องกับอาการไฮเปอร์แอคทีฟในเด็ก

E104 - quinoline yellow

ควิโนลีน เป็นสีสังเคราะห์สีเหลือง ใช้ในยา,น้ำอัดลม, Scotch eggs, ปลารมควัน
- สารนี้ถูกห้ามในสหรัฐและออสเตรเลีย เพราะเป็นสารก่อมะเร็ง
- สารนี้ในปริมาณสูงทำให้ตับและไตบวม(หรือมีเนื้องอก)
- เมื่อใช้ร่วมกับอัสปาเตม จะมีผลต่อเซลล์ประสาทถึง 7 เท่า ของวัตถุเจือปนอาหารตัวเดียว

E407 - carrageenan

คาราจีแนน เป็นสารทำให้เกิดเจล สกัดจากสาหร่ายทะเลด้วยความร้อนสูง
- พบในไอศครีม, โยเกิร์ต ,  วุ้นหรือเยลลี่, เป็นสารทดแทนไขมันในผลิตภัณฑ์จากเนื้อและถั่วเหลือง (เช่น ไส้กรอก )
- คาราจีแนนที่สลายจากความร้อน,กรด,หรือการย่อยสลายของร่างกาย เป็นสารก่อมะเร็ง

E124 - ponceau 4R

ปองโซ 4R เป็นสีผสมอาหารสีแดง
- พบในน้ำอัดลม, ขนมหวาน, พุดดิ้ง
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการไฮเปอร์แอคทีฟ
- ห้ามใช้ในสหรัฐ, นอร์เวย์ เพราะเป็นสารก่อมะเร็ง
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกในสัตว์ทดลอง
- มีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก


Always read the label ...,Tuesday June 5, 2007,The Guardian

ทับทิม สมุนไพรจากอัล-กุรอาน - 12:19 PM, 7/26/2007

ทับทิม สมุนไพรจากอัล-กุรอาน

ทับทิม
Punica granatum Linn. Punicaceae
ชื่อสามัญ POMEGRANATE


 

 

 




ส่วนที่ใช้เป็นยา
เปลือกของผลที่โตเต็มที่ มีรสฝาด
ขนาดและวิธีใช้ ใช้เปลือกผลแห้ง 1 ส่วน 5 หรือ 1 ส่วน
4 ของผล ฝนกับน้ำปูนใสให้ข้นๆ รับประทาน
ครั้งละ 10-20 มิลลิลิตร วันละ 1-2 ครั้ง
หรือใช้เปลือกผลต้มกับน้ำปูนใส ดื่มแต่น้ำ
การรับประทานเช่นเดียวกับที่ใช้ฝนกับน้ำปูนใส

สรรพคุณ
ใช้สำหรับบรรเทาอาการท้องเสีย การที่เปลือกผลของทับทิมช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้
เพราะว่ามีสารแทนนิน ซึ่งเป็นสารฝาดสมาน

ลักษณะ
เป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้าน โคนต้นมีกิ่งที่เปลี่ยนไปเป็นหนามยาว แข็ง
ใบ เดี่ยว แผ่นใบแคบ ขอบใบเป็นรูปขอบขนาน ยอดอ่อนเป็นสีแดง ใบออกเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกัน หรือใบออกสลับกัน หรือ ออกเป็นกระจุก 2-3 ใบ
ดอก เดี่ยว กลีบเลี้ยงหนาสีแดง จะคงทนอยู่จนเป็นผล กลีบดอกสีแดง หรือสีเหลืองอ่อน ถ้ากลีบดอกสีแดง ผลเมื่อแก่จัดจะมีเปลือกแดงปนชมพู ปนน้ำตาลเหลือง ถ้ากลีบดอกสีเหลืองอ่อน ผลแก่จัดสีเหลืองปนน้ำตาล
ผล กลมโต แล้วแต่พันธุ์ เปลือกนอกของผลหนาค่อนข้างเหนียว เปลือกด้านในสีเหลือง ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก อัดกันแน่นเต็มเปลือก แต่ละเมล็ดมีเนื้อสีชมพู หรือสีแดงลักษณะใส มีรสหวาน หวานอมเปรี้ยว ผลทับทิมเป็นผลชนิด"Balausta"

ส่วนที่ใช้ เปลือกผลแก่
สารที่สำคัญ เปลือกผลมีสารแทนนิน
ใช้บำบัดอาการ ท้องเสีย

ขนาดและวิธีการใช้
ใช้เปลือกผลประมาณ 1/4 - 1/3 ผล(กว้างประมาณ 1" ยาว 3 -4" ) ฝนกับน้ำปูนใสดื่ม หรือใช้ต้มกับน้ำปูนใสดื่มแต่น้ำวันละ 2 ครั้ง

• ใช้แก้บิด มีรายงานทางคลินิกจากจีนว่า เปลือกผลทับทิมใช้รักษาบิดชนิดมีตัว และไม่มีตัวได้ผลดี
• ใช้รักษาน้ำกัดเท้า ใช้เปลือกผลฝนกับน้ำสะอาดข้น ๆ ใช้ทาบริเวณที่น้ำกัดเท้า ทาวันละ 4-5 ครั้งจนกว่าจะหาย




น้ำทับทิม

เมล็ดทับทิม 1 ถ้วย

น้ำเชื่อม ¼ ถ้วย

น้ำต้มสุก 1 ถ้วย

เกลือป่น เล็กน้อย


วิธีทำ : เอาเมล็ดทับทิมขยำกับน้ำต้ม ให้เนื้อ หลุดจากเมล็ดมากที่สุด กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่ลงหม้อ
ตั้งไฟ 5 นาที ยกลง ใส่น้ำเชื่อม เกลือเล็กน้อย คนให้เข้ากัน และเกลือละลาย ชิมารให้ออกเปรี้ยว หวาน
และเค็มเล็กน้อย เทใส่ขวดที่ลวกน้ำร้อนแล้ว ปิดฝา น้ำไปแช่ตู้เย็นไว้ จะได้เครื่องดื่มสีชมพู ใสดื่มเย็น ๆ


ที่มาของการทำน้ำทับทิม
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=sutthi&topic=73

อาหารที่ท่านนบีชอบ - 11:42 AM, 7/11/2007

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม มีมารยาทในการรับประทานอาหารมาก ท่านไม่เคยปฏิเสธอาหารและไม่เคยขออาหารจากผู้อื่น เมื่อท่านถูกเสนออาหารหะล้าลให้แก่ท่านท่านก็จะทานมัน หากท่านไม่ชอบท่านก็จะวางไว้ข้างๆโดยไม่ห้ามผู้อื่น(ทานมัน) ท่านไม่เคยแสดงความไม่พอใจต่ออาหาร

 

ท่านอบูหุรอยเราะฮฺได้รายงานว่า “ท่านร่อซูลุลลอฮฺจะไม่ตำหนิอาหารใด ถ้าท่านชอบท่านก็จะรับประทานมัน ถ้าท่านไม่ชอบท่านก็จะปล่อยไว้ไม่รับประทานมัน” (ซอเฮียะฮฺบุคอรียฺ, 5409)

 

honey

อาหารที่ท่านนบีชอบมีหลายอย่าง มีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎิยัลลอฮุอันฮาว่า "ท่านร่อซูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ชอบของหวานและน้ำผึ้ง" (บันทึกโดยบุคอรียฺและมุสลิม) -- อิมามอันนะวะวียฺ ร่อหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า "ของหวาน" ในรายงานนี้หมายถึง ของหวานธรรมชาติและขนมหวาน (จากรายงานของอิบนุบัฏฏอล ร่อหิมะฮุลลอฮฺ)

 

และมีรายงานว่าท่านนบีชอบเนยและอินทผลัม (อบูดาวู้ด)

 

 

ท่านอนัส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ชอบฟักทอง (อะหมัดและติรมิซียฺ)

 

และมีรายงานด้วยว่าท่านนบีชอบเนื้อขาหน้าของแกะ (อะหมัด,อบูดาวู้ด,และอื่นๆ) -- อัลอะซีม อะบาดียฺ ร่อหิมะฮุลลอฮฺ กล่าวว่า เหตุผลที่ชอบเนื้อส่วนนี้เพราะมันสุกง่าย อร่อยมาก และไม่เหนียว , ค็อฏฏอบียฺและท่านอื่น กล่าวว่า ความชอบของท่านนบีนั้นไม่ได้หมายความว่าท่านร้องขอสิ่งนั้น แต่ท่านเคยรับประทานจากส่วนนั้นเมื่อมีผู้นำเนื้อมาให้ พวกเขา(ศ่อฮาบะฮฺ)จึงรู้ว่าท่านชอบมัน (ซอเฮียะห์ บุคอรี, 3340)

 

 

เรียบเรียงจาก

1. What was the favorite food of the Prophet Muhammad ?

2. อัต-ฏิบ อัน-นะบะวีย์ .. การแพทย์ตามแนวทางท่านศาสดา ศ็อลลัลลอฮฺอะลัยฮิวะซัลลัม , อิมาม อิบนุ ก็อยยิม, ผู้แปล นพ.กษิดิษ ศรีสง่า, หน้า 142-3

พิษขนมขบเคี้ยว - 9:33 AM, 7/10/2007

snack food

ผลวิจัยขนมกว่า 700 ตัวอย่าง โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ

 

1.กลุ่มลูกอม หมากฝรั่ง เยลลี พบ มีน้ำตาลและสารให้ความหวานอื่นๆ เป็นส่วนผสมจำนวนมาก
2.กลุ่มช็อกโกแลต มีไขมันกับน้ำตาลในปริมาณสูง
3.กลุ่มถั่วและเมล็ดพืช มีไขมันและโซเดียมมาก
4.กลุ่มปลาเส้นปรุงรสต่างๆ ปลาอบกรอบ แม้จะมีโปรตีน แต่มีโซเดียมสูง ยิ่งปรุงรสเข้มข้นก็ยิ่งมีโซเดียมมากขึ้น
5.กลุ่มมันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบ ข้าวอบกรอบ ข้าวโพดอบกรอบ แป้งทอด จะเต็มไปด้วยโซเดียมและไขมัน

 

“สรุปว่า ขนมและอาหารว่างเหล่านี้ โดยเฉพาะขนมกรุบกรอบที่เด็กๆ นิยมซื้อมาทานกว่า 90% มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก เต็มไปด้วยสารอาหารที่เกินพอดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขนมกรุบกรอบจะเน้นความมันกับรสเค็ม จึงมีน้ำมันและโซเดียมหรือส่วนผสมที่ทำให้เกิดรสเค็ม อย่าง เกลือ ผงชูรส ซีอิ๊ว น้ำปลา ปริมาณสูงมาก ทั้งๆ ที่เด็กไม่ควรได้รับโซเดียมจากขนม อาหารว่างเกิน 200 มิลลิกรัม น้ำมันไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน ตามเกณฑ์ของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย แต่การศึกษาพบเด็กได้รับโซเดียมจากขนม มากกว่าเกณฑ์ 3-4 เท่า เพราะทานขนมกรุบกรอบ ส่วนผสมที่เป็นความอร่อยเหล่านี้ เมื่อทานต่อเนื่องจะทำให้ ไตทำงานหนัก เสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง”

 

ข้อแนะนำสำหรับผู้ปกครอง :

 

1. ขนมกรุบกรอบถ้าห้ามไม่ให้ทานไม่ได้ ต้องจำกัดปริมาณ ไม่ควรเกิน 1 ห่อต่อวัน และต้องเป็นห่อเล็ก
2. ต้องสร้างองค์ความรู้เรื่องผลกระทบจากการบริโภคขนมหวาน มัน เค็ม
3. สร้างวัฒนธรรมการกินของเด็ก เน้นให้กินพืชผักผลไม้ อาหารปรุงเอง
4. โรงเรียนควรมีแนวคิดเรื่องสุขภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่ปราศจากขนม ของหวาน น้ำอัดลม


http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000065329

 

OTHER METHODS OF KILLING AN ANIMAL - 5:12 PM, 7/8/2007

 

OTHER METHODS OF KILLING AN ANIMAL

 

Killing by chocking, beating, falling or gorging

Ibn Abbas (ra) whilst giving tafsir of the verses related to lawful meat said, “the animal killed by choking, beating or falling is not lawful. The animal gorged by another’s horn is lawful as long as you slaughter it whilst it is alive (i.e. its eyes and tail is moving)”. [Sahih Bukhari]

 

Slaughtering using a tooth or nail

The Messenger (saw) said: “do not slaughter with a tooth or a nail…a tooth is a bone and the nail is the knife of the Ethiopians” [Sahih Bukhari] #5503

 

Ethiopia (Abyssinia) was the land of the Christians at the time of the Messenger (saw).

 

Shooting tied and confined animals

Anas (ra) said, “The Messenger (saw) has forbidden the shooting of tied and confined animals” [Sahih Bukhari]

 

Game killed by Mi’raad معراض

This is when game is killed by a tool which is a sharp wood with a blunt shaft. The Messenger (saw) said, “It is lawful to eat as long as it was killed by the sharp edge” [Sahih Bukhari] #5476

 

Game killed by Bunduqa بندقة

This is when game is killed by a shooting a ball through a hollow tube. Ibn Umar (ra) said, “it is unlawful as it is like killing an animal with a blunt instrument” [Sahih Bukhari]

 

Game killed by Arrow

The Messenger (saw) said “if you hunt a game with your bow after mentioning Allah (swt) name, eat of it” [Sahih Bukhari] #5478

 

Game killed by a Hound

The Messenger (saw) said “If you let loose your trained hound after a game and you mentioned the name of Allah (swt) then you can eat what the hound catches for you, even if it kills the game. But you should not eat if the hound has eaten from it, as it has caught the game for itself”

[Sahih Bukhari] #5476

 

And on the issue of keeping a dog as a pet the Messenger (saw) said “whoever keeps a do which is neither a watch dog nor a hunting dog, will get a daily reduction of two qeeraat from his good deed” [Sahih Bukhari] # 5480

วัตถุกันเสีย...อันตรายใกล้ตัว - 11:02 AM, 6/29/2007

วัตถุกันเสีย หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่าสารกันบูด เป็นสารประกอบทางเคมีที่ใช้ในการถนอมอาหารหรือยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร เนื่องจากสามารถยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุการเน่าเสียของอาหารได้ วัตถุกันเสียสำหรับอาหารที่มีผลข้างเคียงอันตรายต่อสุขภาพคือ

 

1. โซเดียมเบนโซเอท (sodium benzoate,E211)

- ใช้ในน้ำอัดลม  (เช่น โคคา-โคลา, เป๊ปซี่แม็กซ์, ไดเอ็ตเป๊ปซี่,สไปรท์, โอเอซิส และดร.เป๊ปเปอร์) , อาหารหมักดอง, ซอส (เช่น ซีอิ๊วขาว, ซอสเยนตาโฟ, ซอสถั่วเหลือง), แยม, เยลลี่, น้ำผลไม้, อาหารกระป๋อง

 

ผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

- ทำให้ตับถูกทำลายเช่นเดียวกับผู้ที่ติดอัลกอฮอล์
- มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของประสาทที่ผิดปกติในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน
- ก่อให้เกิดอาการลมพิษ,หอบหืด ในคนที่แพ้
- เมื่อผสมกับวิตามินซีในน้ำอัดลม จะทำให้เกิดเบนซีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ในการสำรวจเบนซีนในน้ำอัดลมเมื่อปีที่แล้ว สำนักงานมาตรฐานด้านอาหารของอังกฤษ (เอฟเอสเอ) พบน้ำอัดลม 4 ยี่ห้อมีส่วนผสมเบนซินในสัดส่วนสูง จึงสั่งห้ามจำหน่ายน้ำอัดลมเหล่านั้น
- จากการทดสอบผลของโซเดียมเบนโซเอตที่มีต่อเซลล์ของยีสต์ที่มีชีวิตในห้องทดลอง พบว่าเบนโซเอตทำลายเซลล์ไมโทคอนเดีย ซึ่งถือเป็น "สถานีพลังงาน" ของดีเอ็นเอ ทั้งนี้ไมโทคอนเดียทำหน้าที่บริโภคออกซิเจนเพื่อแปรเป็นพลังงานให้ร่างกาย ดังนั้น หากเซลล์นี้ถูกทำลายอาจเป็นสาเหตุของโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคพาร์คินสัน และโรคเซลล์ประสาทเสื่อมอย่างรุนแรง 


      
2. ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (sulphur dioxide,E220)

- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ใช้สำหรับยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ใน ผลไม้อบแห้ง โดยใช้วิธีการรมผักผลไม้ก่อนการทำแห้ง หรืออาจใช้สารละลายซัลไฟต์ฉีดพ่นผัก-ผลไม้ก่อนการทำแห้งเพื่อช่วยคงสภาพของสีและกลิ่นรส รวมทั้งรักษาวิตามินซีและแคโรทีนในผัก-ผลไม้ไม่ให้สลายตัวได้ง่าญ
- น้ำอัดลม, อาหารหมักดอง, น้ำตาลทรายขาว, เบียร์, ไวน์ ฯลฯ

ผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย

- ถ้าได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะมีผลไปลดการใช้โปรตีนและไขมันในร่างกายได้ นอกจากนี้สารในกลุ่มนี้ยังสามารถทำลายไธอามีน (Thiamine) หรือวิตามินบี 1 ในอาหารได้ด้วย ดังนั้นจึงมีประกาศห้ามใช้สารดังกล่าวในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์อาหารที่เป็นแหล่งของวิตามินบี 1 รวมไปถึงผักสดและผลไม้สดด้วย
- ทำให้สูญเสียแคลเซียมเพิ่มขึ้นในสัตว์ทดลอง มีผลต่อสภาวะกระดูกพรุน
- ทำให้ดีเอ็นเอถูกทำลาย

การใช้วัตถุกันเสียในปริมาณที่มากเกินค่าที่กำหนดไว้จะทำให้ผู้บริโภคได้รับสารเหล่านั้นมากเกินความจำเป็นและไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงมีประกาศห้ามใช้วัตถุกันเสียในอาหารที่ไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุกันเสียเลย เช่น นมและอาหารกระป๋อง ซึ่งในกระบวนการผลิตจะต้องผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์อยู่แล้ว

 

วัตถุกันเสียไม่ใช่ของไกลตัว ไม่เชื่อก็ลองเข้าไปในครัวหยิบขวดซอส, ซีอิ๊ว, น้ำหวานเข้มข้น(อย่างเฮลส์บลูบอย), น้ำผลไม้เข้มข้น, น้ำผลไม้สำหรับเด็ก, ขนมปัง (ฟาร์มเฮ้าส์) ฯลฯ รับรองว่าต้องเจอคำว่า "วัตถุกันเสีย" อย่าลืมว่าอิสลามสอนให้รับประทานอาหารที่อนุมัติและ "ดี" สิ่งที่เป็นอันตรายกับร่างกายก็ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ที่กำลังเจริญเติบโต จะซื้ออะไรให้เขาก็ต้องเลือกให้มากๆหน่อย ดวงใจของเรานี่นะ .... รัฐบาลกำลังรณรงค์ให้คนไทยอ่านหนังสือมากๆ การอ่านฉลากให้ละเอียดก่อนซื้อก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี ... 

 

 

เรียบเรียงจาก

วัตถุกันเสียใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัยต่อผู้บริโภค
Always read the label ..., The Guardian, June 5, 2007

ข่าวทั่วไป, กองการแพทย์ทางเลือก, พ.ค. 50
นักวิจัยเตือน! ดื่มน้ำอัดลมเกินพิกัดระวังดีเอ็นเอถูกทำลาย

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลทูน่าเชียงรสกะเพรา - 2:46 PM, 6/28/2007

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาลทูน่าเชียงรสกะเพรา
Halal Development of Holy Basil Tuna Sausage

เอกชัย วงษ์เกิด1) อัฐพร เกิดกัณฑ์ 1) และชุติปภา สุวรรณกนิษฐ์ *2)
โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
*E-mail: chutipapha@yahoo.com


บทคัดย่อ

   ทูน่าเชียงรสกะเพราเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายกุนเชียงทำจากปลาทูน่า งานวิจัยนี้มีแนวคิด
ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮาลาล โดยนำปลาทูน่ามาใช้เป็นวัตถุดิบเริ่มต้นในการผลิตทูน่าเชียงรสกะเพรา ศึกษาชนิด
ของไขมันที่เหมาะสม 3 ชนิด เนยขาว มันไก่ และน้ำมันดอกทานตะวัน

   ไขมันทั้งสามชนิดไม่ส่งผลต่อรสชาติของทูน่าเชียงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05) แต่ทูน่าเชียงที่ใช้มันไก่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ทั้งด้านลักษณะปรากฏ สีภายนอก สีภายใน กลิ่น และความชอบรวม (P<0.05) ศึกษาชนิดของแป้งในทูน่าเชียง โดยใช้แป้งมันสำปะหลัง และแป้งข้าวโพด

   ผลที่ได้คือ สิ่งทดลองที่ใช้แป้งมันสำปะหลังได้รับคะแนนความชอบมากกว่าสิ่งทดลองที่ใช้แป้งข้าวโพดใน
ทุกคุณลักษณะ ปรับปรุงเนื้อสัมผัส โดยการทดแทนโปรตีนเกษตร 10% ในส่วนของปลาทูน่า เปรียบเทียบกับสิ่งทดลอง
ที่ใช้ปลาทูน่าอย่างเดียว (ตัวอย่างควบคุม) พบว่า ผู้ทดสอบให้คะแนนความชอบด้านสี กลิ่น และความชอบรวมของ
สิ่งทดลองที่ใช้โปรตีนเกษตรมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05)

   ศึกษาความเป็นไปได้ของกะเพรา พริก กระเทียมแบบสด และแบบสำเร็จรูป (ผง) พบว่า ทูน่าเชียงที่เติมกลิ่นรสแบบสำเร็จรูปมีคะแนนความชอบมากกว่าในทุกคุณลักษณะ นำทูน่าเชียงที่ได้รับการคัดเลือกมาปรับรสชาติด้วยวิธี Just About Right (JAR) ผู้ทดสอบส่วนมากต้องการให้เพิ่มพริกสด และกะเพราสด

   หลังการปรับรสชาตินำมาสอบถามการยอมรับของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ ทูน่าเชียงรสกะเพรามีคะแนนความชอบสูงขึ้นจากชอบปานกลาง (7.04) เป็นชอบมาก (7.65) โดยผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้มีอายุการเก็บรักษา 39 วัน ณ อุณหภูมิห้อง (33 องศาเซลเซียส)


คำสำคัญ: พัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานฮาลาล ปลาทูน่า กุนเชียง ของเหลือใช้

อ่านเอกสารข้อมูลงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่....

โครงการสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี IRPUS (www.irpus.org)

  

ทำไมต้องเลือกอาหารหะลาล ? - 7:40 PM, 6/25/2007

 

ลาอิลาหะอิลลัลลอฮฺ มุฮัมมะดุรร่อซูลุลลอฮฺ

...ด้วยประโยคนี้เราจึงเชื่อฟังและปฏิบัติตามทุกพระบัญญัติ...

 

  • มนุษย์เอ๋ย! จงบริโภคสิ่งอนุมัติที่ดี จากสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินและจงอย่าตามบรรดาก้าวเดินของชัยฏอน แท้จริงมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า (อัลบะเกาะเราะฮฺ 168) ... ฟังตัฟซีรอายะฮฺนี้...
  • บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงบริโภคสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากสิ่งดีๆทั้งหลายและจงขอบคุณอัลลอฮฺเถิด เฉพาะพระองค์เท่านั้นที่พวกเจ้าจักเป็นผู้เคารพสักการะ (อัลบะเกาะเราะฮฺ 172)  ...ฟังตัฟซีรอายะฮฺนี้...
  • และพวกเจ้าจงบริโภคสิ่งอนุมัติที่ดีๆจากสิ่งที่อัลลอฮฺทรงให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้า และพึงยำเกรงอัลลอฮฺ ผู้ซึ่งพวกเจ้าศรัทธาต่อพระองค์เถิด (อัลมาอิดะฮฺ 88)
  • พระองค์คือผู้ทรงทำแผ่นดินนี้ให้ราบเรียบสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นจงสัญจรไปตามขอบเขตของมัน และจงบริโภคจากปัจจัยยังชีพของพระองค์ และยังพระองค์เท่านั้นคือการฟื้นคืนชีพ (อัลมุลกฺ 15)
  • โอ้บรรดาร่อซูลเอ๋ย พวกเจ้าจงบริโภคส่วนที่ดี(หะลาล) และจงกระทำความดีเถิด เพราะแท้จริงข้ารอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ (อัลมุอฺมินูน 51)

 

GMP มีกีแบบ - 5:49 PM, 6/25/2007

1. GMP มีกี่แบบ และได้แก่อะไรบ้าง

2. เชื้อจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการสุขาภิบาลอาหารมีกี่กลุ่มและได้แก่อะไร

3. ข้อกำหนดตาม GMP อย.ได้แก่อะไรบ้าง

4. โปรแกรมพื้นฐานของระบบ HACCP มีอะไรบ้าง

5. ขั้นเตรียมการในการจัดทำระบบ HACCP ประกอบด้วยอะไรบ้าง

6. หลักการของระบบ HACCP มีกี่ข้อและได้แก่อะไร 


คำตอบ 

1. มี 2 แบบ คือ 1. General GMP  2. Specific GMP

2. มี 3 กลุ่ม คือ 2.1 Infection 2.2 Intoxication 2.3 Toxicoinfection

3. ได้แก่ 3.1 สถานที่ตั้งและอาคารผลิต 3.2 เครื่องมือ เครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต 3.3 การควบคุมกระบวนการผลิต 3.4 การสุขาภิบาล 3.5 การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด 3.6 บุคคลากรและสุขลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน

4. ได้แก่ 4.1 GMP 4.2 Food Hygiene 4.3 Pest Control Program 4.4 SSOP 4.5 Glass Control Program 4.6 Water Quality & Safety 4.7 chemical control

5. ประกอบด้วย 5.1 การจัดตั้งคณะทำงาน HACCP 5.2 การบรรยายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ 5.3 การกำหนดวัตถุประสงค์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ 5.4 การจัดทำแผนภูมิกระบวนการผลิต 5.5 การทวนสอบความถูกต้องของแผนภูมิกระบวนการผลิต

6. มี 7 ข้อ ได้แก่ 6.1 ดำเนินการวิเคราะห์อันตราย 6.2 กำหนดจุดวิกฤตที่ต้องควบคุม 6.3 กำหนดค่าจำกัดวิกฤต 6.4 กำหนดระบบการตรวจติดตาม 6.5 กำหนดวิธีการแก้ไข 6.6 กำหนดวิธีการทวนสอบ 6.7 การจัดทำเอกสารและการเก็บบันทึกข้อมูล 


คำหลัก: วิทย์ เจ้าหญิง

อะไรคือความหมายของ GMP - 5:33 PM, 6/25/2007

เกริ่นนำให้ พี่น้องไปก่อนนะคะ เอาไว้ไปหาข้อมูลมาได้มากว่านี้จะนำเสนอต่อไปเรือยๆแต่ยังไม่ลงวิชาด้านนี้ แต่อินชาอัลลอฮฺลงเรียนเมือไร คงจะได้ทราบว่า การที่โรงงานมีระบบ GMP ทำให้เรา(อิสลาม)สามารถคงบคุมอาหารฮาลาลได้มาก...
ใครทราบข้อมูลเรือง GMP ก็คอมเม้นได้นะคะ ..เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ก่อนจะนำเสนอให้เนื้อหาให้อ่านต่อไปตามลำดับ

อินชาอัลลอฮฺ.....

ยซ Last Page ย? Next Page ยป


หมู่บ้านตัวอักษรออนไลน์
IslamInside.com v2.0:: หมู่บ้านตัวอักษรออนไลน์

ข้อความในบล็อกส่วนตัวของสมาชิกเป็นความคิดเห็นหรือมุมมองส่วนบุคคล
หากมีข้อความใดที่ผิดหลักการอิสลาม และสร้างความวุ่นวายในสังคม กรุณาแจ้งที่ email